กระชายหรือขิงจีนเป็นพืชสมุนไพรที่ปลูกกันในประเทศจีนและเอชียตะวันออกเฉียงใต้และกระชายมี 3 ชนิดคือกระชายดำ กระชายแดง กระชายเหลือง ลุกไม่มีลำต้นบนดินมีเหง้าใต้ดินที่แตกรากออกไปเป็นกระจุกจำนวนมากอวบน้ำมีกลิ่นหอม ตรงกลางพองกว้างกว่าส่วนหัวและท้ายเรียงกันเป็นระนาบเดียวกันรูปขอบขนานแถมรูปไข่
สรรพคุณ
บำรุงกำลัง แก้องคชาตตาย แก้ปวดข้อ แก้วิงเวียง แก้แน่นหน้าอก แก้ท้องเดิน
กระเพรา
1.น้ำตะไคร้การทําน้ําตะไคร้ใบเตยนั้นอย่างแรกให้เตรียมวัตถุดิบดังนี้ ตะไคร้ 2 ต้น / ใบเตย 3 ใบ / น้ำ 1-2 ลิตร / น้ำตาลแดง 2 ช้อนชา (จะใส่หรือไม่ก็ได้)
กระเทียม
กระเทียม ชื่อสามัญ Garlic จัดอยู่ในวงศ์พลับพลึง สำหรับในประเทศไทยนิยมปลูกมากในทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่สำหรับกระเทียมที่ขึ้นชื่อว่ามีคุณภาพดี กลิ่นฉุนคงหนีไม่พ้นจังหวัดศรีสะเกษ
สรรพคุณของกระเทียม
1. กระเทียมประโยชน์ของกระเทียม ช่วยบำรุงผิวหนังให้มีสุขภาพดีและแข็งแรง
2. ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกาย
4. ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย
5. ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและน้ำตาลในเลือด
6. ประโยชน์กระเทียม ช่วยปรับสมดุลในร่างกาย
7. ช่วยแก้อาการวิงเวียนศีรษะ อาการมึนงง ปวดศีรษะ หูอื้อ
ประโยชน์ของกระเทียม
1.นำมาใช้เพื่อช่วยปรุงรสชาติของอาหาร ไม่ว่าจะใช้ผัด แกง ทอด ยำ ต้มยำ
หรือน้ำพริกต่าง ๆ อีกสารพัด
2.นอกจากนี้ยังมีการนำกระเทียมไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อย่างหลากหลาย
เช่น กระเทียมเสริมอาหาร กระเทียมสกัดผง สารสกัดน้ำมันกระเทียม กระเทียมดอง เป็นต้น
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ocimum sanctum linn. วงศ์ :LABIATAE
ชื่ออังกฤษ : Holy basil, Sacred basil
ชื่ออื่น : กระเพราแดง กระเพราขาว (ภาคกลาง) ก่ำก้อขาว ก่ำก้อดำ กอมก้อขาว กอมก้อดำ (เชียงใหม่-ภาคเหนือ) ห่อตูปลู ห่อกวอซู (กะเหรี่ยง-แม่อ่องสอน)
ลักษณะทางพฤษศาสตร์
ต้น เป็นไม้ล้มลุก แตกกิ่งก้านสาขา โคนลำต้นค่อนข้างแข็ง ตามลำต้นมีขน มีกลิ่นหอม
ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปรี. ปลายแหลมหรือมน โคนแหลม ขอบจักฟันเลื่อยและเป็นคลื่น แผ่นใบมีขนโดยเฉพาะยอด ใบสีเขียว เรียกกะเพราขาว ใบสีแดงเรียกกะเพราแดง
ดอก เป็นแบบช่อฉัตร ออกบริเวณปลายยอดและปลายกิ่ง ประกอบด้วยดอกเล็กๆ ออกเป็นวงรอบแกนช่อเป็นชั้นๆ และกางออกตั้งฉากกับแกนช่อ กลีบเลี้ยงโคนติดกันเป็นรูปคล้ายระฆัง ปลายแยกเป็น 2 ส่วน ส่วนบนมีกลีบเดียวค่อนข้างกลม ปลายแหลมเรียว ด้านในเกลี้ยง ด้านนอกมีขนตามโคนกลีบ กลีบดอกสีขาว (กะเพราขาว) หรือชมพูปนม่วงแดง (กะเพราแดง) ขนาดยาวกว่าด้านบน ตรงกลางกลีบเว้าตื้นๆ ปลายกลีบม้วนพับลง ผล แห้งแล้วแตกออก
เมล็ด รูปไข่สีน้ำตาลมีขนาดเล็ก มีจุดสีเข้มเมื่อนำไปแช่น้ำเปลือกหุ้มเมล็ดพองออกเป็นเมือกเมื่อแก่หรือแห้ง เมล็ดจะเป็นสีดำอยู่ข้างในซึ่งหุ้มด้วยกลีบเลี้ยง
สรรพคุณ
ใบ ใบสดของมันมีน้ำมันหอมระเหยอยู่ ซึ่งประกอบด้วย linaloo และ methyl chavicol เป็นยาแก้ขับลม ท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้อง บำรุงธาตุ ขับผายลม แก้อาการจุกเสียดในท้อง แก้ลมตาน ซาง แก้คลื่นเหียน อาเจียน ให้ใช้ใบสด หรือยอดอ่อน สัก 1 กำมือ มาต้ม ให้เดือด แล้วกรองเอาน้ำดื่ม แต่ถ้าใช้กับเด็ก ทารกให้นำเอามาตำให้ละเอียดคั้นเอาน้ำนำมา ผสมกับน้ำยามหาหิงคุ์แล้วใช้ทาบริเวณ รอบ ๆ สะดือ และทาที่ฝ่าเท้า แก้อาการปวดท้องของ เด็กได้ และน้ำที่เราเอามาคั้นออกจากใบยังใช้ ขับเสมหะ ขับเหงื่อ หรือใช้ทาภายนอกแก้โรค ผิวหนัง กลาก เกลื้อนได้ นอกจากนี้ ใบสดยังนำมาผัด หรือนำมาแกงเป็นอาหาร ได้อีกด้วย สำหรับใบแห้ง ใช้ชงกินกับน้ำ แก้ท้องขึ้น และน้ำมันที่ได้ จากใบกะเพรานั้น สามารถยับยั้งการเจริญเติมโตของ เชื้อโรคบาง ชนิด ช่วยฆ่าเชื้อจุลินทรีย์บางอย่าง และมีฤทธิ์ฆ่ายุงได้ ซึ่งจะมีฤทธิ์ ได้นาน 2 ชั่วโมง
เมล็ด เมื่อนำไปแช่น้ำเมล็ดก็จะพองตัวเป็นเมือก ขาว ให้ใช้พอกในบริเวณ ตา เมื่อตามีผง หรือฝุ่น ละอองเข้า ผงหรือฝุ่นละอองนั้นก็จะออกมา ซึ่งจะไม่ทำให้ตาเรานั้นช้ำอีกด้วย
ราก ใช้รากที่แห้งแล้ว ชงหรือต้มกับน้ำร้อนดื่ม แก้โรคธาตุพิการ
ตะไคร้
ตะไคร้ ชื่อสามัญ Lemongrass
ตะไคร้ชื่อวิทยาศาสตร์Cymbopogoncitratus(DC.)Stapf
จัดอยู่ในวงศ์หญ้า(POACE)หรือ GRAMINEAE)
ตะไคร้จัดเป็นพืชล้มลุกตระกูลหญ้า ใบมีลักษณะเรียวยาว ปลายใบมีขนหนาม เป็นสมุนไพรไทยชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาประกอบอาหาร แบ่งออกเป็น 6 ชนิด ได้แก่ ตะไคร้หอม ตะไคร้กอ ตะไคร้ต้น ตะไคร้น้ำ ตะไคร้หางนาค และตะไคร้หางสิงห์ ซึ่งเป็นสมุนไพรไทยที่นิยมปลูกทั่วไปในบ้านเรา โดยมีถื่นกำเนิดในประเทศอินเดีย อินโดนีเซีย พม่า ศรีลังกา และไทย
ตะไคร้เป็นทั้งยารักษาโรคและยังมีวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย เช่น วิตามินเอ ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก ฯลฯ
สรรพคุณของตะไคร้
1.มีส่วนช่วยในการขับเหงื่อ
2.เป็นยาบำรุงธาตุไฟให้เจริญ (ต้นตะไคร้)
3.มีสรรพคุณเป็นยาบำรุงธาตุ ช่วยในการเจริญอาหาร
4.ช่วยแก้อาการเบื่ออาหาร (ต้น)
5.สารสกัดจากตะไคร้มีส่วนช่วยในการป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
6.แก้และบรรเทาอาการหวัด อาการไอ
7.ช่วยรักษาอาการไข้ (ใบสด)
8.ใช้เป็นยาแก้ไข้เหนือ (ราก)
9.น้ำมันหอมระเหยของใบตะไคร้สามารถบรรเทาอาการปวดได้
10.ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ
11.ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง (ใบสด)
12.ใช้เป็นยาแก้อาเจียนหากนำไปใช้ร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่น ๆ (หัวตะไคร้)
13.ช่่วยแก้อาการกษัยเส้นและแก้ลมใบ (หัวตะไคร้)
14.รักษาโรคหอบหืดด้วยการใช้ต้นตะไคร้
15.ช่วยแก้อาการเสียดแน่นแสบบริเวณหน้าอก (ราก)
16.ใช้เป็นยาแก้อาการปวดท้องและอาการท้องเสีย (ราก)
ประโยชน์ของตะไคร้
1.นำมาใช้ทำเป็นน้ำตะไคร้หอม น้ำตะไคร้ใบเตย ช่วยดับร้อนแก้กระหายได้เป็นอย่างดี
2.ช่วยในการบำรุงและรักษาสายตา
3.มีส่วนช่วยในการบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง
4.มีส่วนช่วยในการบำรุงสมองและเพิ่มสมาธิ
5.สามารถนำมาใช้ทำเป็นยานวดได้
6.ช่วยแก้ปัญหาผมแตกปลาย (ต้น)
7.มีฤทธิ์เป็นยาช่วยในการนอนหลับ
8.การปลูกตะไคร้ร่วมกับผักชนิดอื่น ๆ จะช่วยป้องกันแมลงได้เป็นอย่างดี
10.ต้นตะไคร้ช่วยดับกลิ่นคาวหรือกลิ่นคาวของปลาได้เป็นอย่างดี
วิธีทําน้ําตะไคร้หอม
1.สรรพคุณตะไคร้เตรียมวัตถุดิบดังนี้
ตะไคร้ 1 ต้น / น้ำเชื่อม 15 กรัม / น้ำเปล่า 240 กรัม
2.ล้างตะไคร้ให้สะอาด แล้วนำมาหั่นเป็นท่อน ทุบให้แตก
3.ใส่ลงหม้อต้มกับน้ำให้เดือด จนกระทั่งน้ำตะไคร้ออกมาปนกับน้ำจนเป็นสีเขียว
4.รอสักครู่แล้วยกลง หลังจากนั้นกรองเอาตะไคร้ออกแล้วเติมน้ำเชื่อมให้ได้รสตามพอใจ
เสร็จแล้ววิธีทำน้ำตะไคร้
วิธีทําน้ําตะไคร้ใบเตย
1.น้ำตะไคร้การทําน้ําตะไคร้ใบเตยนั้นอย่างแรกให้เตรียมวัตถุดิบดังนี้ ตะไคร้ 2 ต้น / ใบเตย 3 ใบ / น้ำ 1-2 ลิตร / น้ำตาลแดง 2 ช้อนชา (จะใส่หรือไม่ก็ได้)
2.นำตะไคร้มาทุบให้แหลกพอประมาณ แล้วใช้ใบเตยมัดตะไคร้ไว้ให้เป็นก้อน
3.ใส่ตะไคร้และใบเตยลงไปในหม้อแล้วเติมน้ำ
1 ถึง 2 ลิตร แล้วต้มให้เดือดสักประมาณ 5 นาที เป็นอันเสร็จสำหรับวิธีการทําน้ํา ตะไคร้
4.โดยตะไคร้และใบเตยชุดเดียวกัน สามารถเติมน้ำต้มใหม่ได้ 2-3 รอบ แต่รสอาจจืดจางลงไปบ้าง นำมาดื่มแทนน้ำช่วยเพิ่มความสดชื่น แถมช่วยบำรุงสุขภาพอีกด้วย






